สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก

Royal Thai Embassy in Santiago, Chile

ข้อมูลทั่วไป คอสตาริกา


สถานที่ตั้ง คอสตาริกา แปลว่าชายฝั่งทะเลอันอุดมสมบูรณ์ (the rich coast) ตั้งอยู่ในอเมริกากลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา โดยมีที่ราบสูงทางตอนกลางของประเทศและพื้นที่ราบลุ่มบริเวณชายฝั่งทะเลทั้งสองด้าน อาณาเขตทางทิศเหนือติดนิการากัว ทิศตะวันตกและทิศใต้ติดมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดปานามา และทิศตะวันออกติดทะเลแคริบเบียน
พื้นที่

เนื้อที่ 51,100 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 10 เท่า)

ภาษาราชการ ภาษาสเปน
ภูมิอากาศ ภูมิอากาศร้อนชื้น (tropical) ในบริเวณพื้นที่ราบลุ่ม และมีอากาศแบบอบอุ่น ในเขตที่ราบสูงและบริเวณหุบเขา เดือนธันวาคม-พฤษภาคมเป็นฤดูแล้ง เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่แห้งแล้งที่สุด เดือนมิถุนายน-พฤศจิกายนเป็นช่วงฤดูฝน โดยเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 24-29 องศาเซลเซียส และเดือนธันวาคม-มกราคมเป็นเดือนที่เย็นที่สุด อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 21-27 องศาเซลเซียส
วันชาติ 15 กันยายน คอสตาริกาได้รับเอกราชจากสเปน (ผ่านกัวเตมาลาในปี ค.ศ. 1821) และได้รับเอกราชจาก Federal Republic of Central America (ประกอบด้วย กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส นิการากัว และคอสตาริกา) ในปี ค.ศ. 1838
เมืองหลวง กรุงซันโฮเซ (San José)
ประชากร ประมาณ 4.9 ล้านคน อาศัยอยู่ในเมืองหลวงประมาณ 3 แสนคน
การศึกษา อัตราผู้รู้หนังสือประมาณ ร้อยละ 96
ศาสนา ร้อยละ 71.8 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก ร้อยละ 12.3 นับถือนิกาย อีวานเจลิกา ร้อยละ 2.6 นับถือนิกายโปรเทสเตน์ ร้อยละ 10.4 ไม่มีศษสนา และอีกร้อยละ 2.9 นับถือศาสนาอื่น ๆ
สกุลเงิน โคลอน (Colon) โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับประมาณ 609.16 โคลอน (อัตราเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562)
เวลาต่างจากไทย ช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง (GMT-6)
ระบบการปกครอง ปกครองโดยระบบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ (รัฐธรรมนูญปัจจุบัน คือ ฉบับปี ค.ศ. 1949) โดยมีประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปี และไม่สามารถดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกัน ประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี รวมถึงหัวหน้าระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและธนาคารกลางของคอสตาริกา

สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจของคอสตาริกา

1.การเมืองการปกครอง
  • คอสตาริกาได้รับเอกราชจากสเปน (ผ่านกัวเตมาลาในปี ค.ศ. 1821) และได้รับเอกราชจาก Federal Republic of Central America (ประกอบด้วย กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส นิการากัว และคอสตาริกา)
  • ในปี ค.ศ. 1838 ต่อมา คอสตาริกาประกาศตัวเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี ค.ศ. 1848
  • ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Carlos Alvarado Quesada จากพรรค Partido Acción Ciudadana (PAC) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561
  • มีรองประธานาธิบดีสองคน คนที่หนึ่ง คือ นาง Epsy Campbell Barr และคนที่สอง คือ นาย Marvin Rodriguez Cordero
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือ นาย Manuel E. Ventura Robles
  • สภานิติบัญญัติ (Legislative Assembly) เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกจำนวน 57 คน มาจากการเลือกตั้ง โดยดำรงตำแน่งวาระละ 4 ปี ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 โดยพรรคการเมืองที่ได้ที่นั่งในสภามากที่สุด คือ พรรค Liberación Nacional (PLN) 17 ที่นั่ง พรรค Restauración Nacional (PRN) 14 ที่นั่ง พรรค Acción Ciudadana (PAC) 10 ที่นั่ง พรรค Unidad Social Cristiana 9 ที่นั่ง พรรค Integración Nacional (PIN) 4 ที่นั่ง พรรค Republicano Social Cristiano (PRSC) 2 ที่นั่ง และพรรค Frente Amplio (PFA) 1 ที่นั่ง
  • คอสตาริกาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 จังหวัด แต่ละจังหวัดแบ่งออกเป็นอำเภอ (cantons) รวม 81 อำเภอ และแต่ละอำเภอแบ่งออกเป็นตำบล รวม 473 ตำบล
  • คอสตาริกาเป็นประเทศที่ได้ยกเลิกการมีกองทัพมาตั้งแต่ปี 2491 แต่มีกองกำลังสาธารณะ (Public Forces) รับผิดชอบด้านความมั่นคง
  • ระบบศาล ศาลฎีกาของประเทศ (Supreme Court) ประกอบด้วยผู้พิพากษาจำนวน 22 คน
2.ข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ (ที่มา: CIA World Factbook 2017)
GDP 83.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
GDP per capita 16,900 ดอลลลาร์สหรัฐ
GDP growth ร้อยละ 3.3
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 1.6
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 301,000 เปโซชิลี หรือประมาณ 459.54 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน
อัตราการว่างงาน ร้อยละ 8.1
ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ ป่าไม้ และประมง
สินค้าส่งออก มูลค่ารวมประมาณ 10.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา: CIA World Factbook ปี 2017) ได้แก่ กล้วย สัปปะรด กาแฟ ไม้ประดับ น้ำตาล เนื้อวัว อาหารทะเล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์
สินค้านำเข้า มูลค่ารวมประมาณ 15.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา: CIA World Factbook ปี 2017) ได้แก่ วัตถุดิบ เครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าทุน ปิโตรเลียม วัสดุก่อสร้าง
ตลาดส่งออก สหรัฐอเมริกา เบลเยียม ปานามา เนเธอร์แลนด์ นิการากัว กัวเตมาลา
ตลาดนำเข้า สหรัฐอเมริกา จีน เม็กซิโก

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

1.ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทยกับคอสตาริกาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2516 โดยขณะนั้น รัฐบาลไทยแต่งตั้งให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำคอสตาริกาอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้ปรับเปลี่ยนประเทศเขตอาณาใหม่ให้คอสตาริกาย้ายไปเป็นประเทศในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซันติอาโก ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2551 และได้แต่งตั้งให้นาย Juan Carlos Morales เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำคอสตาริกา ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2547 เอกอัครราชทูตไทยคนปัจจุบันประจำ กรุงซันโฮเซ คือ นางศริกานต์ พลมณี ซึ่งมีถิ่นพำนักในสาธารณรัฐชิลี

ทั้งนี้ ในชั้นนี้ ยังไม่มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตคอสตาริกาประจำประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2554 เป็นต้นมา และไม่มีสถานเอกอัครราชทูตคอสตาริกาแห่งใดได้รับมอบหมายให้มีเขตอาณาครอบคลุม ประเทศไทย ก่อให้เกิดความยุ่งยาก โดยเฉพาะกับคนไทยที่ต้องการขอตรวจลงตราเพื่อเดินทางเข้าไปคอสตาริกา โดยตามระเบียบคอสตาริกาต้องใช้เวลาดำเนินการถึง 30 วัน และแม้ว่าไทยกับคอสตาริกาจะมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราให้หนังสือเดินทางทูตและราชการแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่รับทราบของสถานเอกอัครราชทูตคอสตาริกาหลายแห่ง

คอสตาริกาได้เคยเปิดสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2541 แต่ได้ปิดลงภายหลังการลาออกจากตำแหน่งของ ม.ร.ว. ปรียนันทนา รังสิต เมื่อปี 2553 คอสตาริกาได้แจ้งความประสงค์จะแต่งตั้งนายอภิชาติ สุดแสดง ให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาประจำประเทศไทยคนใหม่ ทั้งนี้ โดยที่นายอภิชาติฯ ได้ร้บแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์เลโซโทประจำประเทศไทยอยู่แล้ว ฝ่ายคอสตาริกาจึงไม่ได้ดำเนินการต่อเพื่อแต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาประจำประเทศไทย

2.ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

ปัจจุบันความสัมพันธ์สองฝ่ายราบรื่น ไม่มีปัญหาใด ๆ ระหว่างกันแต่ไม่ค่อยใกล้ชิด ไม่มีการเยือนระดับสูงระหว่างกันมากนัก อุปสรรคสำคัญคือ ความห่างไกลทางภูมิศาสตร์ และการไม่มีสถานเอกอัครราชทูตในเมืองหลวงของกันและกัน ในส่วนของไทยการติดต่อกับฝ่ายคอสตาริกาจะดำเนินการผ่านสถานเอกอัครราชทูตณ กรุงซันติอาโก เป็นหลัก รวมทั้งมีกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงซันโฮเซ ที่มีอำนาจออกวีซ่าได้บางประเภท และดูแลผลประโยชน์ของไทยในคอสตาริกา แต่ฝ่ายคอสตาริกายังไม่ได้มอบหมายสถานเอกอัครราชทูตของตนในประเทศใดให้ดูแลประเทศไทยเป็น การเฉพาะเจาะจง แม้ไทยและคอสตาริกาจะมีความตกลงยกเว้นวีซ่าให้ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการซึ่งกันและกันเป็นเวลา 90 วัน แต่สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาสัญชาติไทย ยังต้องขอวีซ่าจากฝ่ายคอสตาริกาอยู่หากจะเดินทางเข้าคอสตาริกา

การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันที่ผ่านมามีดังนี้

3.เศรษฐกิจการค้า

ในปี 2561 คอสตาริกากับไทยมีมูลค่าการค้ารวม 143.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.31 จาก ปี 2560 เป็นการส่งออกจากไทยมูลค่า 103.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 5.52 และการนำเข้าจากคอสตาริกา 40.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.32 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 62.93 ดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังคอสตาริกา ได้แก่ 1) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2) ผลิตภัณฑ์ยาง 3) เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ 4) อาหารรทะเลกระป๋องและแปรรูป 5) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และสินค้านำเข้าของไทยจากคอสตาริกา ได้แก่ 1) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 2) เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ 3) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 4) ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 5) เส้นใยและไฟเบอร์

ข้าวหอมมะลิ แม้คอสตาริกาปลูกข้าวได้เอง แต่ไม่เพียงพอสำหรับความต้องการบริโภคภายใน ประเทศ จึงต้องนำเข้า อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีนโยบายปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศ โดยตั้งกำแพงภาษีในอัตรา สูง และ มีกลุ่มผู้นำเข้าที่พยายามผูกขาดการนำเข้าธัญพืช ซี่งเมื่อผลผลิตข้าวของประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการภายใน รัฐบาลอาจลดภาษีเพื่อเปิดโอกาสให้นำเข้าข้าว กลุ่มผู้นำเข้าดังกล่าวจะพยายามเป็นกลุ่มเดียวที่นำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศมีแนวโน้มสูง ส่วนผู้นำเข้ารายอื่นมีการนำเข้าข้าวจากสหรัฐอเมริกา อุรุกวัย อาร์เจนตินา และบราซิล โดยมีไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 6 แต่ยังมีมูลค่าน้อยอยู่

4.ความร่วมมือทางวิชาการ

ที่ผ่านมา ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยกับคอสตาริกาน่าจะเป็นช่องทางเดียวที่ต่อเนื่องในการรักษาความสัมพันธ์ โดยดำเนินการผ่านกรอบ FEALAC เน้นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยรัฐบาลไทย (TICA) ให้ทุนหลักสูตรฝึกอบรมประจำปี (Annual International Training Courses -AITC) ใน แต่ละปี (คอสตาริกาสนใจเรียนร้จากไทยด้านการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว) รวมทั้งการดำเนินโครงการบัวแก้วสัมพันธ์สำหรับประเทศสมาชิกภูมิภาคลาตินอเมริกา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความคุ้นเคยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ

5.ความร่วมมือเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ในการหารือระหว่างนายสาโรจน์ ธนสันติ เอกอัครราชทูตประจำคอสตาริกา ถิ่นพำนัก ณ กรุงซันติอาโก กับประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการศาสนาคอสตาริกา เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 ในโอกาสยื่นพระราชสาส์นตราตั้งฯ ต่อประธานาธิบดีคอสตาริกา ฝ่ายคอสตาริกาได้แสดงความสนใจที่จะนำหลักประชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในคอสตาริกา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการศาสนาคอสตาริกา ได้ยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ที่จะริเริ่มโครงการความร่วมมือในสาขาดังกล่าวกับประเทศไทยแก่เอกอัครราชทูตฯ ซึ่งในชั้นนี้ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินโครงการ

6.ความตกลงทวิภาคี

ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ ลงนามเมื่อปี 2548 (ค.ศ. 2005) มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2549 (ค.ศ. 2006)

7.ความร่วมมือในกรอบพหุภาคีและเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ

7.1 ในกรอบ FEALAC ไทยดำรงตำแหน่งผู้ประสานงานสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออก วาระปี 2556-2558 พร้อมกับคอสตาริกาในฐานะผู้ประสานงานสำหรับภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยไทยและคอสตาริกาได้เป็นประธานร่วมของการประชุทระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 15 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ที่กรุงเทพฯ และเป็นประธานร่วมของการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 16 และระดับรัฐมนตรี FEALAC ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2558 ที่คอสตาริกา

7.2 ไทยและคอสตาริกาเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์กลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก โดยคอสตาริกาอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเข้าเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของกรอบความร่วมมือดังกล่าว

8.บทบาททางการเมืองและเศรษฐกิจของคอสตาริกาในระดับภูมิภาคและระดับโลก

8.1คอสตาริกากับนิการากัวมีกรณีพิพาทในหลายกรณีซึ่งได้นำเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice -ICJ) ได้แก่ (1) คดี Certain Activities carried out by Nicaragua in the Border Area (2) คดี Maritime Delimitation in the Caribbean Sea and the Pacific Ocean และ (3) คดี Land Boundary in the Northern Part of Isla Portillos

8.2ในประเด็นภูมิภาค คอสตาริกามีท่าทีที่ชัดเจนในการต่อต้านผู้นำของเวเนซุเอลา (ประธานาธิบดี Nicolás Maduro) โดยร่วมกับกลุ่มลิมา ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของประเทศในลาตินอเมริกา 12 ประเทศ ร่วมกับสหรัฐฯ และแคนาดา ไม่ยอมรับความชอบธรรมของผู้นำเวเนซุเอลาในปัจจุบัน

8.3ในเวทีระหว่างประเทศ คอสตาริกาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างความโปร่งใสของ UNSC และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของ UNGA การเพิ่มศักยภาพ บทบาทและกรณีส่วร่วมของสตรีและเด็ก (รวมถึง Economic Empowerment of Women and Girls) ประเด็นสิทธิมนุษยชน การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ การใช้หลักนิติธรรม สนับสนุนข้อเสนอว่าด้วยการระงับการใช้สิทธิ์ยับยังอย่างสมัครใจในกรณีอาชญากรรมร้ายแรง รวมไปถึงการห้ามและโอนถ่ายอาวุธตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์ วาระการพัฒนาและธรรมาภิบาล และประเด็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คอสตาริกายังเป็นที่ตั้งของศาล Inter-American Court of Human Rights ขององค์กร รัฐอเมริกัน (Organization of American States - OAS) ด้วย

Language